นกหว้า (Great Argus Pheasant)

ชื่อสามัญ Great Argus Pheasant

ชื่อวิทยาศาสตร์ Argusianus argus

นกหว้ามีถิ่นกำเนิดในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรี ไทยและมาเลเซีย ในประเทศไทยมีทางภาคใต้

ตัวผู้และตัวเมียไม่เหมือนกัน เป็นนกซึ่งมีขนาดใหญ่มากและไม่มีเดือย ตัวผู้ตั้งแต่กลางหน้า กลางกระหม่อมไปจนถึงท้ายทอยมีสีดำ ตรงกลางกระหม่อมมีขนเป็นหงอนเล็กๆ ข้างหัว คอและหางเกือบไม่มีขน บนหลังมีขนสีน้ำตาลแดง บนไหล่และปีกมีสีดำปนน้ำตาล ขอบขนมีสีน้ำตาลอมเหลืองอ่อน ขนหางคู่กลางยาวกว่าเส้นอื่นๆ ออกไปมาก และมีจุดสีดำเป็นรูปไตตรงกลางเป็นจุดสีเหลืองมอๆ ขนด้านนอกปีกมีสีม่วงปนเทา และลัดเข้าไปข้างในมีสีเหลืองมอๆ และมีจุดรูปไตสีดำเช่นเดียวกับขนหางคู่กลาง นอกจากนี้ขนปีกบางเส้นยังมีแววอย่างแววของนกยูง แต่ตรงกลางแววมีสีเหลืองปนเขียวปนสีม่วง ล้อมรอบด้วยสีดำ และขอบนอกสุดมีเหลืองมอๆ

นกหว้า

ตัวเมียคล้ายตัวผู้แต่เล็กกว่า และขนหางคู่กลางไม่ยาวเลยคู่อื่นๆ ออกไป

นกหว้าชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบมากๆ และชอบอยู่ตามป่าลึก ตัวผู้จะทำลานไว้สำหรับรำแพน ซึ่งมันจะรักษาลานของมันไว้อย่างสะอาดมาก ไม่ว่าจะมีกิ่งไม้ใบไม้หล่นลงไป มันก็จะเก็บออกทิ้ง

นกหว้าใช้ปีกในการรำแพน ปกติชอบอยู่ตัวเดียว แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะอยู่เป็นคู่ๆ พอพ้นฤดูผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะแยกออกไป นกหว้าเป็นนกที่ร้องดังมาก เรามักได้ยินเสียงร้องมากกว่าจะได้เห็นตัว

อาหารได้แก่เมล็ดพืช แมลง ตลอดจนตัวหนอนและผลไม้บางชนิด นกหว้าผสมพันธุ์ในป่าลึก และผสมพันธุ์ในฤดูร้อนตัวเมียจะฟักไข่ เลี้ยงลูกโดยที่ตัวผู้จะไม่มาเกี่ยวข้องด้วยเลย ตัวเมียจะสร้างรังอย่างหยาบๆ ด้วยกิ่งไม้เล็กๆ นำมาสุมกันปูพื้นรังด้วยใบไม้ ทำรังอยู่บนพื้นดิน วางไข่ครั้งละ 7-8 ฟอง นกหว้าเป็นนกที่มีอยู่น้อยและหายากมาก

ที่มา:พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503

ความรู้ด้านการเกษตร ที่น่าสนใจ