บัว:บัวพืชสมุนไพรมหัศจรรย์

ศ.ดร.นันทวัน  บุณยะประภัศร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

บัว ส่วนที่มีการนำมาใช้ในการแพทย์แผนไทยส่วนใหญ่จะเป็น “บัวหลวง” ซึ่งจะหยิบยกมาเพียงบางประเด็นเกี่ยวกับการนำมาใช้ทำยา ในการแพทย์แผนไทยเรามิได้ใช้สมุนไพรเดี่ยว ๆ จะมีบ้างแต่มีน้อย เพราะส่วนใหญ่จะใช้ในรูปของยาตำรับ บัวที่มักนำใช้ในการแพทย์แผนไทยมาก ๆ ก็คือ บัวหลวง ที่กล่าวว่า บัวเป็นพืชมหัสจรรย์ก็ค่อนข้างจะเป็นจริง เพราะทุกส่วนของบัวใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด จึงนับว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามากจริง ๆ

ตัวแรกที่จะนำมาใช้ ก็คือ เกสรตัวผู้ ซึ่งในทางการแพทย์แผนไทยจะได้ยินคำว่า พิกัดเกสร ทั้ง 5 ทั้ง 7 ทั้ง 9 แต่เกสรทั้ง 5 ที่ใช้มากก็จะมีบัวหลวง มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี บัวหลวงเป็นพืชเดียวในเกสรทั้ง 5 ที่ใช้เฉพาะเกสร อย่างอื่น ๆจะใช้ลักษณะของดอกและได้เกสรไปด้วย เป็นการนำไปเข้ายาหอม ยากระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

ในตำราแพทย์แผนไทยเท่าที่เราได้รวบรวมและฝึกจากเอกสารทางตำรับยาต่าง  ตั้งแต่ตำรับคัดลายมือ ตำรับวัดโพธิ์ ตำรับวัดราชโอรส ตำรับยาเกร็ดต่าง ๆ ตัวเดี่ยว ๆ ที่ใช้เกสร กล่าวว่า ใช้แก้ไข้ขับเสมหะ ซึ่งในทางโบราณก็มิได้หมายความถึง คอเสมหะเท่านั้น แต่มีเสมหะหลายชนิด รวมทั้งเรื่องการขับถ่ายคือทำให้ถ่ายสะดวก และนำไปใช้แก้ท้องร่วง ขับปัสสาวะ บำรุงตับ และบำรุงปอด

เหง้าบัว เป็นส่วนที่ใช้มากที่สุดตั้งแต่แก้ลมท้อง หรือแก้ท้องเสีย จากการวิจัยเราพบว่าใช้ได้ผลจริง ๆ ธาตุไม่ปกติ ขับปัสสาวะ จากการศึกษาวิจัยยังพบว่าช่วยแก้พิษ ฝี ปวดบวม แก้อักเสบ รวมถึงรักษาอาการแผลไฟลวก รวมทั้งช่วยเจริญอาหารด้วย ฉะนั้นศึกษาของเหง้า นอกจากกินอร่อยแล้ว  ยังมีประโยชน์ดังกล่าวเราน่าศึกษาวิจัยต่อไปอีกถึงประโยชน์การรักษาด้านอื่น ๆ อีก

ใบ ก็ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ไข้และใช้ในการบำรุงเลือด ห้ามเลือด แก้ฝี ปวดศีรษะ

ดอก ใช้แก้ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไข้ บำรุงกำลัง เชื่อกันว่าทำให้คลอดลูกง่าย ดังนั้นโบราณจึงให้ใช้ชงน้ำดื่มแก้จุกเสียด

ดีบัว ปกติถ้าจะกินเม็ดบัว เราจะแกะดีบัวทิ้งเพราะมีรสขม ตำราโบราณบอกว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ดีบัวจะช่วยในการขยายหลอดเลือด มีการศึกษาวิจัยสนับสนุนแพทย์แผนไทย ของเราว่าใช้ได้ผลจริง

เปลือกเมล็ด เป็นส่วนเปลือกของผลมีสีเขียว ๆ ที่เรามักจะทิ้งไป ส่วนนี้นับว่ามีประโยชน์จะมีรสฝาด ๆ เพราะมีสารแทนนินสูง  ในทางโบราณเขาเรียกว่าฝาด สมานเวลาเราท้องร่วงทำให้ลำไส้ทำงานมากเกินไป การฝาดสมานก็ช่วยให้ลำไส้ทำงานลดลง อาการท้องเสียก็จะลดลง

ฝัก ช่วยขับลม สมานแผล แก้มดลูกพิการ แก้ท้องเสีย แก้พิษเห็ดเมา

เมล็ด ใช้ได้มาก บำรุงกำลัง แก้กษัย แก้ท้องร่วง สมานแผล แก้ร้อนใน แก้พุพอง

ก้าน ใช้รักษาโรคลมออกหู ท้องเดิน

บัวที่เราใช้กันอยู่ในทางแพทย์แผนไทย เรามักจะใช้กันอยู่เพียงเกสรบัว หรือเพียงเห็นว่าดอกบัวสวย เป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ยังไม่ค่อยมีนักวิจัยไทยที่ศึกษาวิจัยถึงสรรพคุณของบัว ไทยเราเพิ่งจะเริ่มศึกษา อย่างเหง้าบัว รากบัว ส่วนใหญ่ที่รู้จักก็มักจะอยู่ในร้านยาจีน การเผยแพร่สรรพคุณก็มักจะเป็นชาวจีน

ผลการวิจัยที่น่าสนใจก็คือการลดน้ำตาลในเลือด ปัจจุบันยังไม่มีตัวยารักษาเบาหวานตัวใดที่ดีที่สุด ยาที่ใช้รักษาส่วนใหญ่ที่ใช้ไปนาน ๆ ผู้ป่วยก็มักจะมีอาการดื้อยา จึงต้องเพิ่มขนาดของยาไปเรื่อย ๆ นาน ๆเข้าก็ไม่ค่อยจะได้ผล จากการศึกษาเกี่ยวกับบัว พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ทั้งในคนปกติและในคนที่เป็นเบาหวาน จึงน่าจะนำไปพัฒนาต่อได้ การศึกษาทำให้ทราบว่า รากบัวสามารถช่วยลดการดูดซึมของกลูโคลสและทำให้ไม่ต้องเพิ่มขนาดของอินซูลิน เพราะการฉีดอินซูลินมักจะต้องเพิ่มขนาดอยู่เรื่อย ๆ ผู้ป่วยเบาหวานนาน ๆ จึงมักจะเบื่อหน่ายจนไม่อยากรักษา

ยังพบว่าช่วยการลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เรื่องนี้ควรจะมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกเพื่อประโยชน์การรักษาหดเกร็งด้านอื่น ๆ เช่น สำหรับคนปวดท้อง มีการศึกษาพบว่า ช่วยเสริมฤทธิ์ยานอนหลับ และทำให้หลับสบาย ฤทธิ์ไม่แรงมากนักมีฤทธิ์อ่อน ๆ จึงหมายถึงการช่วยให้นอนสบายไม่ใช่ยานอนหลับ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงเป็นสิ่งที่น่าจะดีสำหรับคอเหล้าก็คือ ช่วยกำจัดแอลกอฮอล์ออกไป ทำให้เมาช้า ดื่มได้นานขึ้น

จากงานชุมนุมแพทย์แผนไทยและสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 5 วันที่ 9-18 พ.ค. 2546 ณ กระทรวงสาธารณสุข

ความรู้ด้านการเกษตร ที่น่าสนใจ