เยอร์บีร่า:ไม้ดอกยอดนิยมปลูกได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี


เยอร์บีร่าที่นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอกมีหลายพันธุ์ซึ่งพัฒนามาจากสายพันธุ์ไทย มักเป็นชนิดที่มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น กลีบดอกแต่ละชั้นจะมีขนาดความยาวลดหลั่นกันไปจากด้านนอกไปถึงด้านใจกลางดอก พันธุ์เยอร์บีร่าที่นิยมปลูกแบ่งตามกลุ่มของสีดอก ได้แก่ กลุ่มดอกสีขาว ดอกสีแดง ดอกสีเหลือง ดอกสีส้ม และกลุ่มดอกสีชมพู

กลุ่มดอกสีขาว เช่น

1.  พันธุ์ขาวจักสั้น ให้ดอกขนาดใหญ่ สีขาวบริสุทธิ์ กลีบดอกย่อยชั้นนอกเรียงตัวกันเป็นระเบียบ ก้านดอกใหญ่แข็งแรงแต่สั้น

2.  พันธุ์ขาวจักยาว ให้ดอกขนาดใหญ่ สีขาวอมชมพูเล็กน้อย กลีบดอกย่อยชั้นนอกเรียงตัวกันค่อนข้างโปร่ง ก้านดอกยาวตรงและแข็งแรง

3.  พันธุ์ขาวครีม ให้กลีบดอกหนากว้าง ปลายกลีบมน เมื่อบานเต็มที่จะเป็นสีขาวเหลืองอมชมพู ดอกย่อยชั้นนอกมีน้อยชั้น แต่เรียงตัวกันเป็นระเบียบ ก้านดอกแข็งแรง

กลุ่มดอกสีชมพู เช่น

1.  พันธุ์มณฑา ให้ดอกสีชมพูเกือบขาว กลีบดอกเล็กและบาง กลีบดอกย่อยชั้นนอกเรียงตัวกันเป็นระเบียบ ก้านดอกเล็กและอ่อน

2.  พันธุ์บัวหลวง ให้ดอกขนาดใหญ่ สีชมพูเข้มใสหรือสีปูน ก้านดอกยาวตรงแข็งแรง

3.  พันธุ์ลูกรัก ให้ดอกขนาดใหญ่สีชมพูอมม่วง กลีบดอกย่อยชั้นนอกเรียงตัวกันเป็นระเบียบ แต่ก้านดอกมักคดงอ

กลุ่มดอกสีแดง เช่น

1.  พันธุ์แดงตาเปิ่น ให้ดอกขนาดใหญ่ สีแดงสด กลีบดอกย่อยเรียงตัวกันเป็นระเบียบ ก้านดอกยาวตรง แต่ค่อนข้างอ่อนและเกิดการพับได้ง่าย

2.  พันธุ์แดงลักแทง ให้ดอกขนาดใหญ่ สีแดงค่อนข้างคล้ำ กลีบดอกชั้นนอกกว้างและหนา ก้านดอกยาวตรงแข็งแรง

3.  พันธุ์แดงใหญ่ ให้ดอกขนาดใหญ่ที่สุด สีดอกไม่สดนัก กลีบดอกชั้นนอกแคบยาวเรียงตัวกันสวยงาม ก้านดอกสั้นตรง

กลุ่มดอกสีส้ม เช่น

1.  พันธุ์จำปา ให้ดอกขนาดใหญ่สีส้มอมเหลือง กลีบดอกย่อยชั้นนอกใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ก้านดอกตรงแข็งแรง

2.  พันธุ์สุรเสน ให้ดอกขนาดค่อนข้างเล็ก สีส้มไม่สดนัก ก้านดอกยาวตรงแข็งแรง

3.  พันธุ์สีอิฐ ให้ดอกขนาดใหญ่ สีแดงหมากสุก กลีบดอกย่อยเรียงตัวกันเป็นระเบียบ ก้านดอกยาวตรง แข็งแรง

กลุ่มดอกสีเหลือง ได้แก่

1.  พันธุ์สีดา ให้ดอกสีเหลืองสดใสที่สุด กลีบดอกค่อนข้างเรียวยาว ดอกย่อยชั้นนอกเรียงตัวกันเป็นระเบียบสวยงาม ก้านดอกตรง แข็งแรง

2.  พันธุ์เหลืองพังสี ให้ดอกสีเหลืองสดใส ก้านดอกยาวตรง แต่ไม่แข็งแรง

3.  พันธุ์นวลละออ ช่อดอกสีเหลืองอ่อน

การขยายพันธุ์

เยอร์บีร่าขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และแยกหน่อ แต่จะนิยมวิธีการแยกหน่อเพราะทำได้ง่ายและประหยัดเวลากว่า เยอร์บีร่าจัดเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินและอากาศได้ทุกภาคของประเทศ แม้ราคาจะไม่สูง แต่ให้ดอกตลอดปี หลังจากปลูกประมาณ 3 เดือน ต้นแม่จะเริ่มให้ดอกและสามารถให้ดอกต่อไปได้นานถึง 1 ปี ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับปลูกเยอร์บีร่ามากที่สุดคือช่วงหน้าหนาว ในฤดูร้อนอาจต้องใช้วิธีการพลางแสงช่วย ส่วนฤดูฝนไม่นิยมปลูก เพราะมักก่อให้เกิดโรคโคนเน่าได้ง่าย ยกเว้นจะปลูกในโรงเรือนและใช้พลาสติกคลุมหลังคาเมื่อฝนตก

วิธีการแยกหน่อ

การแยกหน่อทำได้โดยขุดหน่ออาจแยกขุดทีละหน่อหรือขุดทั้งกอแล้วมาแยกหน่อทีหลังก็ได้  หลังจากแยกหน่อออกจากกันแล้วให้นำรากไปล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นใช้มีดคม ๆ ตัดความยาวของใบและรากให้เหลือ 1 ใน 3 ส่วนของความยาวเดิม แม้สามารถนำไปปลูกในแปลงปลูกได้ทันที แต่หากนำไปชำเพื่อให้รากแตกออกมาใหม่ จะทำให้ได้ต้นแม่ที่แข็งแรงกว่ามาก โดยส่วนผสมของดินปักชำอาจใช้ ดินร่วน ดินทราย ขุยมะพร้าว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วรดน้ำจนชื้น นำหน่อมาปักชำ แล้วคลุมกระบะด้วยเศษหญ้าแห้ง ฟางแห้ง หรือใบไม้ผุ นำไปวางไว้ในที่ร่มหมั่นให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ระวังอย่าให้ดินแห้งหรือแฉะเกินไป ประมาณ 1 เดือน จะมีรากใหม่แตกออกมา จึงนำไปปลูกในแปลงปลูกต่อไป

การเตรียมดินและแปลงปลูก

ก่อนปลูกควรมีการเตรียมดินหรือปรับปรุงดินให้มีคุณภารพ มีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโต โดขขุดดินให้ลึกประมาณ 1 ฟุต แล้วตากดินเพื่อฆ่าเชื้อโรคและแมลงประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้ย่อยดินให้ละเอียดใส่อินทรีย์วัตถุที่สลายตัวแล้วอย่างเช่น เศษฟาง เปลือกถั่วลิสง ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยพืชสด เพื่อให้ดินมีความร่วนซุย สามารถเก็บความชื้นและมีการระบายน้ำดี และควรปรับระดับค่า pH ของดินให้อยู่ระหว่าง 6.5-7.5

แปลงที่ใช้ปลูกเยอร์บีร่าอาจใช้วิธียกร่อง หรือปรับระดับดินให้สูงกว่าระดับดินธรรมดาไม่ต่ำกว่า 1 ฟุต ควรรดน้ำดินให้ชุ่มทิ้งไว้ 1 วันก่อนปลูก หลุมสำหรับปลูกควรขุดหลุมลึกประมาณ 5 นิ้ว ระยะปลูกประมาณ 30×30 ซม. หรือ 40×40 ซม. ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพ ขุยมะพร้าว เปลือกถั่ว ฟางผุ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงนำต้นกล้าลงไปปลูกระวังอย่าให้ดินกลบยอดของต้นกล้าเพราะจะทำให้ยอดเน่าได้ หลังจากกลบดินเรียบร้อยแล้วควรคลุมแปลงปลูกและรดน้ำให้ชุ่ม การคลุมแปลงจะช่วยรักษาความชื้นรักษาอุณหภูมิและช่วยป้องกันวัชพืช วัสดุที่ใช้คลุมแปลง เช่น ฟางข้าว เศษหญ้าแห้ง เปลือกถั่ว หรือวัสดุอื่นที่มี

เมื่อเยอร์บีร่าเริ่มให้ดอก ควรใช้ทางมะพร้าวหรือชาแรนพรางแสงให้แสงผ่านได้ 50% จะช่วยให้สีของดอกสดขึ้นและช่วยให้ก้านดอกยาวขึ้น

การให้น้ำ

ในช่วงที่ต้นกล้ายังตั้งตัวไม่ได้หรือในสัปดาห์แรกของการปลูกควรให้น้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยการให้น้ำแบบฝอยอาจใช้บัวรดน้ำหรือติดสปริงเกอร์ก็ได้ หลังจากนั้นให้รดน้ำวันละครั้งช่วงเช้า หรือคอยดูแปลงให้มีความชื้นแต่อย่าให้แฉะ เมื่อเยอร์บีร่าเริ่มให้ดอก ควรระวังอย่าให้น้ำโดนดอก เพราะจะทำให้คุณภาพดอกไม่ดีและเกิดโรคระบาดได้ง่าย การให้น้ำควรให้เฉพาะบริเวณโคนต้น หรือจะใช้วิธีทำน้ำหยดก็ได้

การให้ปุ๋ย

หลังจากเยอร์บีร่ามีการแตกยอดใหม่และเจริญเติบโตพอสมควรแล้ว ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่ง และใบ ในระยะนี้หากเยอร์บีร่าขาดไนโตรเจนจะโตช้า ใบมีสีเหลือง กิ่งก้านยาว เล็ก และอ่อนแอ การให้ปุ๋ยครั้งต่อไปให้ใส่ทุก 15-20 วัน หลังใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรรดน้ำพรวนดิน เพื่อให้ดินโปร่งอากาศถ่ายเทสะดวก และเป็นการป้องกันโรคโคนเน่าไปในตัว เมื่อเยอร์บีร่าเริ่มให้ดอกให้ใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง เพื่อเร่งดอก หรือฉีดพ่นด้วยน้ำหวานหมักจากผลไม้ ใช้ฉีดพ่นแบบฮอร์โมนพืช ซึ่งให้ผลในการบำรุงดีมากโดยเฉพาะในช่วงที่พืชกำลังออก

การตัดแต่งทรงพุ่ม

การตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งของการปลูกเยอร์บีร่า เพราะจะช่วยให้เยอร์บีร่าผลิตดอกมากขึ้นเป็นการป้องกันโรคแมลง ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว หลักในการตัดแต่งทรงพุ่ม ให้ตัดใบแก่หรือใบที่เป็นโรคทิ้งไป โดยควรให้มีใบติดต้นอยู่ประมาณ 20-25 ใบก็เพียงพอ

การตัดดอก

อายุของเยอร์บีร่าที่ปลูกด้วยการแยกหน่อ จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงสามารถตัดดอกไปจำหน่ายได้ หรือให้สังเกตจากเกสรดอกคือส่วนที่อยู่ใจกลางของดอกว่ามีการบาน 1-2 วง จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด คือดอกสวยและก้านดอกแข็งแรงเพียงพอ แต่ถ้าปล่อยให้เกสรดอกบานมากกว่านี้จะเป็นดอกที่แก่เกินไป เกสรจะร่วงมาเปื้อนกลีบดอกทำให้ดอกไม่สวย หรือถ้าตัดเมื่อดอกยังอ่อนเกินไป จะทำให้ก้านดอกอ่อนแอ หักง่าย และมีอายุการใช้งานน้อย

วิธีการเก็บดอกให้จับโคนก้านดอกในลักษณะโน้มเข้าหาตัว แล้วจึงดึงหรือถอนขึ้นมา วิธีนี้จะทำให้ได้ก้านดอกยาวเป็นที่นิยมของตลาด

โรค-แมลงและการป้องกันกำจัด

โรคเยอร์บีร่า  ที่สำคัญและพบมากได้แก่ โรคใบจุด โรครากเน่าโคนเน่า โรครากปม โรคดอกแห้ง โรคดอกเน่า

1.  โรคใบจุด

เกิดจากเชื้อรา มักเกิดกับใบแก่มากกว่าใบอ่อน อาการเริ่มแรกจะมีจุดสีน้ำตาลเมื่อจุดขยายวงออกไป ส่วนตรงกลางจะเป็นแผลสีน้ำตาลอ่อน หากเป็นมากใบจะแห้งแล้วหลุดร่วง หรือทำให้ไม่ผลิตดอกหรือผลผลิตดอกลดลงได้

การป้องกัน

ตัดทำลายใบหรือต้นที่เป็นโรคทิ้ง ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอเพื่อป้องกันความชื้น ซึ่งง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อรา

2.  โรครากเน่าโคนเน่า

เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในดิน โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ระบาดมากช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นสูง อาการของโรคที่พบคือใบจะเหลือง เหี่ยว หากเป็นมากจะเหี่ยวแห้งทั้งต้น เมื่อขุดต้นขึ้นดูจะเห็นเส้นใยราสีขาวที่โคนต้นและรากเน่าเปื่อย

การป้องกัน

เมื่อพบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ขึ้นให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอก สำหรับต้นที่เป็นโรคให้ถอนและขุดดินในหลุมไปเผา จากนั้นใช้ปูนขาวผสมน้ำราดลงไปในดินอีกครั้ง

3.  โรครากปม

เกิดจากไส้เดือนฝอยในดิน อาการของโรคจะพบใบด่างเหลืองคล้ายอาการขาดธาตุอาหาร หากเป็นมากต้นจะแคระแกรน เหี่ยวแห้งและตายในที่สุด เมื่อถอนจะพบรากปมเล็ก ๆทั่วไป

การป้องกัน

อาจใช้วิธีการปลูกดาวเรืองไว้รอบ ๆ แปลงหรือสลับแปลงปลูก เพราะรากของดาวเรืองจะมีสารที่ช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยในดินได้ หรือใช้วิธีเพิ่มอินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยชีวภาพที่จะเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยทำลายไส้เดือนฝอยตามธรรมชาติ หรือควรปลูกพืชอื่นสลับเพื่อตัดวงจร

4.  โรคดอกแห้ง

เกิดจากเชื้อเราระบาดมากช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน อาการของโรคจะเห็นรอยช้ำที่คอดอก ทำให้คอดอกพับและเหี่ยว หรืออาจพบรอยพับแบบนี้ตามก้านดอกด้วยก็ได้

การป้องกัน

ให้นำต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย และควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรของโรค

5.  โรคดอกเน่า

เกิดจากเชื้อรามักทำลายดอก ทำให้กลีบดอกมีสีเหลืองอมเขียวหรือน้ำตาลอมเขียว จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเน่าในที่สุด หรืออาจเกิดจากการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสเพื่อช่วยเร่งดอกมากเกินไป

การป้องกัน

เมื่อพบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ขึ้นให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอก สำหรับต้นที่เป็นโรคให้ถอนและขุดดินในหลุมไปเผา จากนั้นใช้ปูนขาวผสมน้ำราดลงไปในดินอีกครั้ง และควรศึกษาเรื่องปริมาณของการใส่ปุ๋ยให้เหมาะสม

แมลงศัตรูเยอร์บีร่า

แมลงศัตรูเยอร์บีร่าที่สำคัญ คือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนผีเสื้อกลางคืนและไรแดง

การป้องกันกำจัด

วิธีที่ดีที่สุดคือดูแลรักษาต้นเยอร์บีร่าให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ แข็งแรง หมั่นกำจัดวัชพืชทำความสะอาดตัดแต่งต้นให้โปร่ง บำรุงปุ๋ย กำจัดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือฉีดพ่นน้ำหมักสะเดาหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ตะไคร้หอม ข่า ฟ้าทะลายโจร พริกขี้หนู หรือน้ำหมักชีวภาพเพื่อขับไล่แมลงศัตรูพืชทุก ๆ สัปดาห์ ก่อนที่จะมีโรคแมลงรบกวน โดยควรทำในช่วงเช้าหรือหลังฝนตกหนักและควรมีการปลูกพืชหมุนเวียนบำรุงดินชนิดอื่น เพื่อตัดวบจรของโรคแมลงและให้มีการใช้ประโยชน์จากดินอย่างเต็มที่เพราะพืชแต่ละชนิดมีรากลึกและต้องการธาตุอาหารแตกต่างกัน

 

 

 

 

 

ความรู้ด้านการเกษตร ที่น่าสนใจ