โรคใบไหม้ของผักตระกูลกะหล่ำ

(blight or black rot)

เป็นโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับผักต่างๆ ในตระกูล Cruciferae เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำปม กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว (brussel sprout) บร็อคโคลี่ ผักคะน้า ผักกาดเขียว ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักกาดหัว ผักกาดหอม และแรดิช ฯลฯ พบโรคระบาดทั่วไปตามแหล่งที่มีการปลูกผักดังกล่าวโดยเฉพาะในฤดูฝนหรือฤดูที่มีความชื้นสูง อาจเป็นรุนแรงทำความเสียหายได้ถึง 50% ชาวสวนชาวไร่บางแห่งรู้จักกันดีในนามของโรคใบทอง โดยเรียกตามลักษณะอาการที่พืชแสดงออกเมื่อเป็นมากจะเห็นพืชทั้งแปลงมีใบแห้งเป็นสีนํ้าตาลหรือเหลืองคล้ายสีทอง

อาการโรค

เชื้อเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ในระยะกล้าหรือต้นอ่อนพืชมักจะตายทันทีโดยจะพบว่าที่ขอบใบหรือใบเลี้ยง มีอาการไหม้แห้ง เส้นใบเน่าเป็นสีดำ ใบที่แสดงอาการจะบางกว่าปกติ ต่อมาจะแห้งเป็นสีนํ้าตาลและหลุดออกจากต้น หากไม่ตายในระยะนี้ก็จะเกิดอาการแกร็นชะงักหรือหยุดการเจริญเติบโต ใบที่อยู่ตอนล่างๆ ของต้นจะหลุดร่วงไป ส่วนที่เหลืออยู่จะมีสีเหลืองและเส้นใบมีสีดำ ในต้นที่โตจะพบอาการบนใบแก่ที่อยู่ส่วนล่างๆ … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคและยอดใบหงิกของพืช

(leaf curl)

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่สร้างความเสียหายกับพืชต่างๆ มากมายหลายพวกหลายตระกูลโดยจะพบเกิดระบาดทั่วไปในเกือบทุกแห่งที่มีการเพาะปลูกพืช เป็นโรคที่รู้จักและมีผู้พบเห็นกันมานาน สำหรับพืชผักที่พบว่าเป็นโรคนี้ก็ได้แก่ แตงร้าน แตงกวา ฟักเขียว พริก มะเขือเทศ ฯลฯ

อาการโรค

โดยทั่วไปแล้วโรคนี้เกิดเป็นกับพืชได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ถ้าเป็นกับพืชที่ยังเล็กหรือขณะที่เป็นต้นอ่อน จะ แคระแกร็น ใบมีขนาดเล็กลงเส้นใบนูนหนาเด่นชัดขึ้น ก้านใบหดสั้นลง เนื้อใบหงิกจีบย่นสีเข้มกว่าปกติ ในต้นโต อาการจะปรากฏที่ส่วนยอด ปลายกิ่ง ตา หรือแขนงที่แตกออกโดยใบจะหดจีบย่นสีเขียวเข้มขึ้นในระยะแรกและเหลืองซีด ในเวลาต่อมา หยุดการเจริญเติบโต ไม่ออกดอกผล หรือออกก็ผิดปกติ ลักษณะดังกล่าวเป็นอาการโดยทั่วๆ ไป อย่างไรก็ดี สำหรับพืชผักแต่ละชนิด ตลอดจนการเริ่มต้นของอาการที่เป็นกับพืชนั้นๆ อาจแตกต่างกันออกไปบ้าง ใบที่แสดงอาการอาจม้วนขึ้นด้านบนเล็กน้อยและมีเหลืองผิดไปจากธรรมดา นอกจากนั้นใบเหล่านี้จะกรอบเปราะหักง่าย บางครั้งใบจะตกคล้ายอาการเหี่ยวต่อมาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ถ้ามีผลอยู่ก็จะสุกก่อนกำหนด… อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคเน่าและเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อราSclerotinia

(Sclerotinia rot and wilt)

เป็นโรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อราที่จัดว่าสำคัญของพืชผักอีกโรคหนึ่งได้มีการกล่าวถึงโรคนี้ครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา จากรัฐฟลอริดา เมื่อปี ค.ศ. 1893 ปัจจุบันพบระบาดเป็นกับพืชต่างๆ อย่างกว้างขวางหลายชนิดหลายตระกูล ในพืชที่เพาะปลูกทุกแห่งของโลก

พืชที่เป็นโรคนี้เท่าที่พบมีมากกว่า 200 ชนิด ทั้งธัญพืช ไม้ดอก ไม้ผล พืชผัก และวัชพืช เฉพาะพืชผักอย่างเดียวก็มี มากมาย เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว กะหล่ำปม แครอท ข้าวโพดหวาน บีท ถั่วต่างๆ ทั้งถั่วฝักยาว ถั่วแขก ถั่วลันเตา ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แตงร้าน แตงกวา แตงโม … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อราVerticillium

(Verticillium wilt)

Verticillium spp. เป็นราที่พบในดินเกือบทุกชนิดและทุกแห่งโดยเฉพาะประเทศในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของโลก เป็นพาราไซท์เกาะกินและก่อให้เกิดโรคกับพืชต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางเกือบ 200 ชนิด ทั้งพืชไร่ พืชสวน ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักและวัชพืชต่างๆ เฉพาะผักที่ถูกเชื้อนี้เข้าทำลายและก่อให้เกิดความเสียหายได้แก่ แตงต่างๆ เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม กระเจี๊ยบ มะเขือยาว มะเขือเปราะ พริก มะเขือเทศ มันฝรั่ง ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผักต่างๆ อีกหลายชนิดที่เชื้อราตัวนี้เข้าเกาะกินได้ แต่ไม่ทำความเสียหายให้มากเท่าพวกที่กล่าวแล้ว ได้แก่ พวกถั่วต่างๆ ทั้ง beans และ peas หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) กะหล่ำต่างๆ บร็อคโคลี่ คึ่นฉ่าย … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคเน่าของที่เกิดจากเชื้อราBotrytis

โรคเน่าของผักที่เกิดจากเชื้อราจัดว่าเป็นโรคที่สำคัญและสร้างความเสียหายมากโรคหนึ่ง เป็นโรคที่พบได้ทั้งในแปลงปลูกและภายหลังเก็บเกี่ยวแล้วโดยเป็นกับผักหลายชนิด เช่น ถั่วต่างๆ ทั้งต้นและฝักไมว่าจะเป็นถั่วแขก ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว ถั่วพุ่ม ถั่วไลม่า บีท แครอท คึ่นฉ่าย แตงร้าน แตงกวา ฟักเขียว ฟักทอง แคนทาลูป มะเขือเปราะ มะเขือยาว ผักกาดหอมใบ ผักกาดหอมห่อ กะหล่ำต่างๆ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ผักกาดเขียว ผักกาดขาวปลี ผักกาดหัว หอมใหญ่ หอมแดง ขิง พริก มะเขือเทศ มันฝรั่ง ฯลฯ

อาการโรค

ในส่วนของต้นและผลิตผลพืชผักที่อวบนํ้า อาการจะเริ่ม จากชั้นของเซลล์ใต้ … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคคราวน์กอลล์ในผักชนิดต่างๆ

(crown-gall)

โรคคราวน์กอลล์เป็นโรคของผักชนิดต่างๆ อีกโรคหนึ่งที่มีแบคทีเรียเป็นสาเหตุ แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีรายงานยืนยันเป็นทางการเกี่ยวกับโรคนี้ ตามประวัติได้มีผู้สังเกตเห็นและรายงานเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ครั้งแรกในยุโรป โดยพบเป็นกับองุ่น เมื่อปี ค.ศ. 1853 ต่อมาในปี ค.ศ. 1907 E.F. Smith และ Townsend นักโรคพืชชาวอเมริกันจึงแยกเชื้อจากผักที่เป็นโรคได้สำเร็จ ปัจจุบันพบว่ามีพืชต่างๆ มากกว่า 40 ตระกูลที่เป็นโรคนี้ได้ เฉพาะพืชผักที่พบว่าเป็นโรคคราวน์กอลล์ ได้แก่ มะเขือเทศ แตงต่างๆ บีท ถั่วต่างๆ มันฝรั่ง แครอท กะหล่ำ ผักกาดหอม

อาการของโรค

คราวน์กอลล์เป็นโรคที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับโรคอื่นๆโดยทั่วไปกล่าวคือแทนที่เนื้อเยื่อหรือเซลล์จะถูกทำลายให้สลายตัวหรือตายไปเนื่องจากเชื้อเข้าไปเจริญเติบโตอยู่ แต่โรคนี้กลับทำให้พืชมีการสร้างเซลล์เพิ่มทวีจำนวนขึ้นมามากกว่าปกติ (hyperplasia) จนทำให้มีลักษณะเป็นปุ่มปม หรือเป็นก้อนโป่งพองใหญ่โตขึ้นมากกว่าธรรมชาติของมันที่เป็นอยู่เดิมในลักษณะที่เรียกว่า malformation หรือ fasciation … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคเหี่ยวของพืชผักที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

(bacterial wilt)

ได้แก่โรคเหี่ยวที่เกิดกับผักต่างๆ ซึ่งมีแบคทีเรีย (Pseudomonas solanacearum) เป็นสาเหตุ จัดเป็นโรคทั่วๆ ไป ที่สำคัญอีกโรคหนึ่งรองลงมาจากโรคเน่าเละ สามารถทำลายและก่อให้เกิดความเสียหายให้กับพืชและผักมากมายหลายชนิด หลายตระกูลยิ่งกว่าเชื้อใด แม้จะเป็นโรคที่เกิดเฉพาะในแปลงปลูกกับพืชมีชีวิตขณะเจริญเติบโตเท่านั้นแต่พืชที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มักจะตายหรือไม่สามารถเก็บผลิตผลได้ พบว่าพืชที่เชื้อแบคทีเรียตัวนี้สามารถเข้าทำลายและก่อให้เกิดโรคได้มีมากกว่า 200 ชนิด ไม่เฉพาะพืชผักแต่ยังรวมไปถึงไม้ยืนต้น เช่น ต้นสัก ไม้ผล เช่น กล้วย  พืชไร่ เช่น ละหุ่ง มันสำปะหลัง ยาสูบ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วพุ่ม ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง งา ปอ ไม้ดอกหลายชนิด เช่น เบญจมาศ ทานตะวัน ดาเลีย เพททูเนีย … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคเน่าเละของพืชผักที่เกิดจากแบคทีเรีย

โรคสำคัญของผัก

ได้แก่โรคที่เกิดกับผักที่เจริญเติบโตพ้นระยะกล้าแล้ว โดยมีสาเหตุจากเชื้อต่างๆ หลายชนิด และไม่เจาะจงว่าจะเป็นกับผักอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ เป็นโรคที่เกิดขึ้นและพบเห็นได้ทั่วไปทั้งขณะที่ยังอยู่ในแปลงปลูก และหลังเก็บเกี่ยวแล้ว

(bacterial soft rot)

เน่าเละเป็นโรคที่ได้รับการจัดลำดับให้อยู่ในกลุ่มของโรคที่สำคัญมากโรคหนึ่งของพืชผักทั้งในด้านของการระบาดและความเสียหาย เป็นโรคที่แพร่หลายที่สุด จะพบเกิดขึ้นทั่วไปในทุกห้องถิ่นที่มีการปลูกผัก โดยเฉพาะหากสิ่งแวดล้อมเหมาะสมความเสียหายจะเป็นไปอย่างรุนแรงมาก เป็นโรคที่สร้างความเสียหายให้กับพืชผักต่างๆ หลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปม ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักกาดเขียวปลี ผักกาดหอม บร็อคโคลี คึ่นแย แครอท ผักกาดหัว แตงร้าน แตงกวา ฟัก แฟง สคว๊อทซ์  ฟักทอง มะเขือยาว มะเขือเทศ ถั่วแขก ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว หอมใหญ่ … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

สิ่งแวดล้อมกับความรุนแรงของโรคผัก

สิ่งแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมความรุนแรงของโรค

โรคโคนเน่าคอดินของต้นกล้าหรือ damping-off จะระบาดก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงมากน้อยเพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสามประการ คือ ความชื้นในดิน แสงอาทิตย์ และปริมาณธาตุไนโตรเจนในดิน

ความชื้นในดิน มีความสัมพันธ์กับเชื้อ Pythium sp. ใน เรื่องของการขยายพันธุ์ โดยจะช่วยให้เชื้อขยายพันธุ์ได้ดี และเร็วขึ้นเนื่องจากในการเกิดของเชื้อนี้จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีการสร้างเซลล์ที่เคลื่อนไหวได้ (swarm cells หรือ zoospores) เซลล์พวกนี้เมื่อเกิดจะต้องว่ายและเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำระยะหนึ่งแล้วจึงจะสลัดหางทิ้งกลายเป็นสปอร์กลมๆ เสียก่อนแล้วจึงจะงอกเป็นเส้นใยแล้วเข้าทำลายพืชในที่สุด หากความชื้นในดินต่ำหรือมีไม่พอช่วงของการสร้างเซลล์มีทางที่เคลื่อนไหวได้ก็จะไม่เกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดแต่เซลล์พวกนี้เมื่อไม่มีความชื้นหรือนํ้าให้เคลื่อนไหวก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่จนงอกเป็นเส้นใยเข้าทำลายพืชได้ โรคก็จะไม่เกิด เหตุนี้จึงพบว่าโรคโคนเน่าของต้นกล้าจะเกิดและทำความเสียหายมากก็เฉพาะในดินที่ชื้นแฉะ หรือมีการระบายนํ้าไม่ดีเท่านั้น

แสงอาทิตย์ ปกติแล้วแสงอาทิตย์จะเป็นตัวช่วยยับยั้งการ เจริญเติบโต การขยายพันธุ์และการงอกของสปอร์ของเชื้อ การเพาะกล้าแน่นเกินไปหรือเพาะกล้าในที่ร่ม แสงแดดส่องไม่ถึงพื้นดินจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้เชื้อราทวีจำนวนเจริญแพร่กระจายและก่อให้เกิดโรคกับพืชได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การเพาะกล้าด้วยจำนวนเมล็ดที่พอเหมาะพอดีโดยที่หลังจากเมล็ดเหล่านั้นงอกเป็นต้นอ่อนแล้วไม่ชิดหรือเบียดกันแน่นจนแสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องลอดลงไปถึงพื้นดินได้ โรคก็จะเกิดได้ยาก หรือหากเกิดก็จะไม่รุนแรงจนถึงกับทำความเสียหายให้ได้ นอกจากนี้แสงอาทิตย์ยังมีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิของดินด้วย กล่าวคือ … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่

โรคที่เกิดกับต้นอ่อนหรือกล้าผัก

โรคของต้นอ่อนหรือกล้าผักต่างๆ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิดแต่ที่ทราบและรู้จักกันดีที่สุด ได้แก่ โรคโคนเน่าคอดิน (damping-off) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วๆ ไปว่าโรคกล้าตายพราย  ซึ่งจัดว่าเป็นโรคระบาดสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับผักมากมายหลายชนิด หลายตระกูลในเกือบทุกสภาพของดินและภูมิอากาศตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต

เชื้อสาเหตุและอาการของโรค

โรคโคนเน่าคอดินมีสาเหตุมาจากเชื้อราหลายชนิด แต่ที่สำคัญและพบเสมอเกิดจากรา 2 genera ในตระกูล Phythiaceae คือ Pythium และ Phytophtbgxa ซึ่งอาศัยอยู่ในดิน (soil inhabitant) โดยที่รานี้จะเข้าทำลายพืชในช่วงแรกของการเจริญเติบโตได้ทุกระยะเริ่มตั้งแต่เมล็ดที่หว่านเพาะลงในดินทำให้เมล็ดเสีย เกิดอาการเน่าฝ่อหมดไม่สามารถงอกออกมาเป็นต้นได้ ระยะนี้เรียกว่า seed rot ส่วนเมล็ดที่รอดพ้นจากการทำลายระยะแรกสามารถงอกขึ้นเป็นต้น เชื้อก็จะเข้าทำลายต่อทำให้ต้นที่เพิ่งเริ่มงอกตายเสียตั้งแต่ยังอยู่ในดินนั่นเอง การทำลายต้นอ่อนตั้งแต่อยู่ในดินนี้เรียกว่า pre-emergence damping-off การที่หว่านเมล็ดลงในดินแล้วไม่มีต้นกล้างอกขึ้นมาให้เห็น หากไม่เป็นเพราะเมล็ดเก่าเก็บ คุณภาพเสื่อมแล้ว ส่วนใหญ่ก็เนื่องมาจากการทำลายของเชื้อทั้งสองระยะดังกล่าว ในกรณีที่เมล็ดไม่ถูกทำลายไม่มี pre-emergence damping-off … อ่านต่อ คลิ๊กที่นี่